79% OFF

3 อันดับแอป VPN สำหรับ Mac Plus ตัวใหม่ล่าสุด

เราได้รวบรวมรายชื่อผู้ให้บริการ VPN ที่ดีที่สุดสำหรับ Mac ไว้ที่นี่แล้ว แนะนำให้ใช้บริการผู้ให้บริการ VPN ที่ดีที่สุดสำหรับ Mac เพื่อเข้าถึงเครือข่ายทั่วโลกและป้องกันการใช้งานบนโลกออนไลน์ของคุณ

ในทุกวันนี้ ชีวิตของเราต้องใช้งานสื่อดิจิทัลเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้ข้อมูลระบุตัวตนและความเป็นส่วนตัวของเรามีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน ทั้งแฮคเกอร์และบริษัทต่างๆจะขโมยข้อมูลบุคคลอย่างเงียบๆเพื่อนำไปขายต่อหรือใช้ในวัตถุประสงค์ที่เป็นภัยอื่นๆ

ดังนั้น VPN คือ เครื่องมือที่จำเป็นที่จะช่วยให้เราสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัยเพราะจะช่วยซ่อนที่อยู่ IP และเข้ารหัสข้อมูลการใช้งานออนไลน์ของคุณ เช่น การส่งอีเมล ซื้อของออนไลน์หรือชำระค่าสินค้าและบริการ นอกจากนี้ ยังช่วยหลบหลีกข้อจำกัดของรัฐบาลและเข้าถึงการบริการเนื้อหาที่ถูกปิดกั้น ไม่ว่าจะเป็น Netflix, Disney+ หรือ Hulu

VPN สำหรับ Mac

ด้วย VPN เราจะได้รับความบันเทิงเต็มรูปแบบจากประสบการณ์การท่องเว็บที่ปลอดภัยและเป็นส่วนตัว โดยคุณสามารถหากผู้ให้บริการ VPN ที่รองรับการใช้งานบน Windows, Android, iOS, Linux, macOS และเราเตอร์ ในบทความนี้ เราได้สรุป 3 สามารถหากผู้ให้บริการ VPN ที่ดีที่สุดสำหรับซอฟต์แวร์ Mac plus ตัวใหม่ล่าสุด

เมื่อเราใช้คำว่า "ดีที่สุด" เราคาดหวังความสามารถการทำงานรอบด้าน สำหรับ VPN เรามองหาความเป็นเลิศด้านความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว ความเร็ว จำนวนเซิร์ฟเวอร์ การสนับสนุนแพลตฟอร์ม การเข้าถึงเนื้อหาทั่วโลกและการเชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกัน นอกจากนี้ เรายังต้องการผู้ให้บริการฟรีหรืออย่างน้อยคุ้มค่าราคาที่จ่าย

ผู้ให้บริการ VPN ที่แนะนำต่อไปนี้มีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว ขอให้คุณอ่านเพื่อศึกษาเกี่ยวกับผู้ให้บริการ VPN ที่ดีที่สุดสำหรับ Mac สำหรับคุณ

1. ExpressVPN สำหรับ Mac

ExpressVPN คือ หนึ่งในผู้ให้บริการ VPN ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในตลาด มีเซิร์ฟเวอร์ให้บริการหลายที่และยังช่วยป้องกันผู้ใช้งานระหว่างการเข้าชมเว็บไซต์ต่างๆ ด้วยอินเตอร์เฟซที่เป็นระเบียบและมีประสิทธิภาพ ผู้เริ่มต้นใช้งานสามารถใช้บริการนี้ได้อย่างสะดวก โดยจะปลดบล็อกเนื้อหาที่ถูกปิดกั้นทั้งหมดด้วยการเชื่อมต่อความเร็วสูง

ExpressVPN สำหรับ Mac

คุณสมบัติการทำงานหลักของ ExpressVPN ประกอบด้วย:

  • ผู้ให้บริการได้อ้างว่าไม่มีการจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้งานหรือบันทึกข้อมูลระบุตัวตนเพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

  • ความเร็วโดยเฉลี่ยของผู้ให้บริการ VPN สำหรับ Mac รายนี้สูงถึง 135 Mbps ทำให้การรับชมสตรีมมิ่งดียิ่งขึ้น

  • ExpressVPN รองรับการแยกอุโมงค์ในระบบ macOS

  • ผู้ให้บริการ VPN สำหรับ mac รายนี้มีเวอร์ชั่นเสริมสำหรับบราวเซอร์เดสก์ท็อปและสามารถเพิ่มลงใน Chrome, Safari, และ Firefox ได้

  • ให้บริการ VPN สำหรับ mac รายนี้ใช้งานบนแพลตฟอร์มอื่นๆได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Windows, macOS, Android, iOS, Linux, เราเตอร์ รวมถึง Apple TV, Amazon Fire TV, และ Nvidia Shield

  • ค่าบริการรายเดือนของ ExpressVPN ที่ต่ำที่สุดอยู่ที่ 12.95 ดอลลาร์สหรัฐ แต่คุณจะได้รับเงินคืนภายใน 30 วันหากไม่พึงพอใจการใช้งาน 

  • ExpressVPN มีเซิร์ฟเวอร์มากกว่า 3000 เครื่องในกว่า 160 ตำแหน่งใน 94 ประเทศทั่วโลก 

  • ใช้งานได้บนเดสก์ท็อปและแลปท็อป Mac ทุกรุ่นรวมทั้ง OS X 10.10 จนถึง macOS 11

  • มีการทำงาน Kill switch ให้บริการ

  • สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ 5 เครื่องพร้อมกับจากบัญชีเดียว  

ข้อเสียที่ควรพิจารณา:

  • ไม่มีเวอร์ชั่นฟรีให้บริการและราคาสูงกว่าผู้ให้บริการ VPN สำหรับ mac ส่วนใหญ่ 

  • ไม่มีตัวบล็อกโฆษณาแบบบิลด์อินที่จะทำหน้าที่บล็อกโฆษณาน่ารำคาญระหว่างที่ท่องเว็บ

  • การแยกอุโมงค์ใช้ไม่ได้กับเวอร์ชั่น iOS และ Linux 

2. NordVPN สำหรับ MacOS 

ผู้ให้บริการ VPN สำหรับ MacOS รายต่อไปที่แนะนำ คือ NordVPN โดยซอฟต์แวร์ VPN รายนี้ใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัส AES-256 มาตรฐานร่วมกับ Perfect Forward Secrecy เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาด้านความปลอดภัย โดยจะซ่อนที่อยู่ IP ของคุณรวมทั้ง DNS ดังนั้น ข้อมูลการใช้งานออนไลน์ของคุณจะปลอดภัยมากและเป็นส่วนตัว ทั้งนี้ ซอฟต์แวร์สามารถหลบการควบคุมสื่อของรัฐบาลและช่วยให้คุณรับความบันเทิงไม่จำกัดจากสตรีมมิ่ง โซเชียลมีเดียและความบันเทิงอื่นๆ ใช้ได้กับระบบ Windows, macOS, Android, iOS, เราเตอร์แม้แต่โทรศัพท์แบล็คเบอร์รี 

NordVPN สำหรับ Mac

จุดเด่นหลักของ NordVPN:

  • ใช้นโยบายไม่จัดเก็บข้อมูลที่เข้มงวดและไม่มีวันสะกดรอย รวบรวมและแบ่งปันข้อมูลผู้ใช้

  • ความเร็วโดยเฉลี่ยของผู้ให้บริการ VPN สำหรับ Mac รายนี้อยู่ที่ 115 Mbps

  • อินเทอร์เน็ตปลอดภัยและเซิร์ฟเวอร์ที่ช่วยซ่อนข้อมูลการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ

  • รองรับการแยกอุโมงค์เพื่อเข้าถึงเนื้อหาที่ป้องกัน VPN และเนื้อหาเฉพาะ

  • แผนให้บริการแบบชำระเงินเริ่มต้นที่ 11.95 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน 

  • มีเซิร์ฟเวอร์มากกว่า 5200 เครื่องใน 59 ประเทศ

  • สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ 6 เครื่องพร้อมกับจากบัญชีเดียว

  • ใช้เครื่องมือ CyberSec แบบบิลด์อินในการบล็อกโฆษณาและเว็บไซต์มัลแวร์

  • มีโปรแกรมเสริมบราวเซอร์ให้บริการสำหรับ Chrome และ Firefox

  • มีการทำงาน Kill switch ให้บริการ

ข้อเสียที่ควรพิจารณา:

  • ไม่มีเวอร์ชั่นฟรีให้บริการและเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ VPN ที่ราคาแพงที่สุด

  • ใช้ได้กับ macOS 10.12 ขึ้นไปเท่านั้น 

3. ProtonVPN สำหรับ MacOS

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ผู้ให้บริการ VPN สำหรับ Mac ที่ชื่อว่า ProtonVPN สร้างความประทับใจด้วยการให้บริการฟรีพร้อมแบนด์วิธไม่จำกัด ผู้ให้บริการ VPN รายนี้ช่วยให้คุณเข้าถึงเว็บไซต์และเนื้อหาต่างๆมากมายได้อย่างปลอดภัยและเป็นส่วนตัวอีกทั้งยังรองรับการทำงานกับระบบ Windows, macOS, iOS, Android และ Linux

ProtonVPN สำหรับ Mac

ประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการใช้งาน ProtonVPN:

  • ใช้นโยบายไม่จัดเก็บข้อมูลที่และไม่มีวันสะกดรอย รวบรวมและแบ่งปันข้อมูลผู้ใช้เพื่อรับประกันความเป็นส่วนตัว

  • ความเร็ว VPN โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 47 Mbps ซึ่งเพียงพอในการสตรีมวิดีโอความละเอียด HD 1080P ซึ่งใช้เพียง 5 Mbps เท่านั้น

  • มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งบังคับใช้กฎหมายความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดมากที่สุดในโลกและจะไม่เป็นภัยต่อความปลอดภัย

  • เวอร์ชั่นฟรีมาพร้อมกับแบนด์วิธไม่จำกัด

  • ในขณะนี้มีเซิร์ฟเวอร์ 1255 เครื่องใน 55 ประเทศ 

  • ไม่ยัดเยียดโฆษณาและบล็อกโฆษณาให้คุณ

  • แผนบริการพื้นฐานมีราคาอยู่ที่ 4 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนและรับประกันการคืนเงินภายใน 30 วัน

  • สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ 10 เครื่องพร้อมกับจากบัญชีเดียว

  • มีปุ่ม Kill Switch ให้บริการ 

ข้อเสียที่ควรพิจารณา:

  • ยังขาดการดูแลลูกค้าที่แข็งแกรงและไม่มีบริการพูดคุยแบบสด

  • มีเซิร์ฟเวอร์และตำแหน่งที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์น้อยกว่าผู้ให้บริการรายอื่น

  • มีความเร็วที่ช้ากว่า

  • รองรับ macOS 10.12 ขึ้นไปเท่านั้น 

นอกจากผู้ให้บริการ VPN สำหรับ Mac สามรายที่กล่าวถึงข้างต้นแล้ว ยังมีผู้ให้บริการ VPN สำหรับ Mac ใหม่ล่าสุดที่กำลังจะเปิดตัว ได้แก่ iTop VPN ซึ่งรองรับการใช้งานบนระบบ Windows, iOS และ Android โดยจะให้บริการสำหรับ MacBook Air/Pro และ iMac ทุกรุ่นในเร็วๆนี้ โดยจะช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงเนื้อหาทั่วโลกและใช้งานออนไลน์โดยไม่เปิดเผยตัวตน 

คุณสมบัติการทำงานหลักของ iTopVPN ที่จะได้รับ:

  • ผู้ให้บริการVPN สำหรับ Mac รายนี้เป็นแอปฟรีที่จะไม่สะกดรอย จัดเก็บหรือนำข้อมูลของคุณไปขายด้วยการใช้นโยบายไม่บันทึกข้อมูลอย่างเข้มงวด

  • ให้บริการ VPN เวอร์ชั่นฟรีเพื่อช่วยคุณเชื่อมต่อเครือข่ายทั่วโลกด้วยแบนด์วิธที่ไม่จำกัด เซิร์ฟเวอร์สตรีมมิ่งปรับแต่งพิเศษจะรับประกันการท่องเว็บไซต์ สตรีมเพลงหรือเล่นเกมด้วยความเร็วสูง 

  • ระบบป้องกัน W-i-Fi สาธารณะช่วยให้การเข้าชมเว็บไซต์ของคุณไม่เสี่ยงอันตราย

  • มีเซิร์ฟเวอร์มากกว่า 1800 เครื่องในกว่า 100 ตำแหน่ง 

  • สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ 5 เครื่องพร้อมกับจากบัญชีเดียว  

  • มีระบบบล็อกโฆษณาและ Kill Switch ให้บริการ

ขั้นตอนในการใช้ iTop VPN สำหรับ Mac:

ขั้นตอนที่ 1: ดาวน์โหลด iTop และติดตั้งบน Mac ของคุณ

ขั้นตอนที่ 2: ลาก iTop ไปยังแอปพลิเคชัน Mac ของคุณเพื่อติดตั้ง

iTop VPN สำหรับ MAC ขั้นตอนที่ 2

ขั้นตอนที่ 3: เลือกเซิร์ฟเวอร์ของคุณและเชื่อมต่อ iTop สำหรับ Mac

iTop VPN สำหรับ MAC ขั้นตอนที่ 3

หากคุณกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์และอยากมีอิสระในการเข้าถึงเนื้อหาที่ถูกปิดกั้น คุณต้องใช้ VPN หากคุณกำลังมองหาผู้ให้บริการ VPN สำหรับ Mac เราขอแนะนำ ExpressVPN, Nord VPN และ ProtonVPN ทั้ง ExpressVPN และ NordVPN ติดอันดับผู้ให้บริการยอดนิยมแต่มีค่าให้บริการที่ค่อนข้างสูงในขณะที่ProtonVPN มีแผนการให้บริการฟรีแต่อาจขาดคุณสมบัติใช้งานขั้นสูงบางอย่างในการเข้าถึงเนื้อหา

สิ่งที่สำคัญที่สุด อย่าลืมลองใช้งานผู้ให้บริการ VPN รายใหม่สำหรับแอป Mac ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆนี้ นั่นก็คือ iTopVPN ซึ่งให้บริการฟรีและมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์มากมาย


Related Articles for Reference